บทที่ 10 แผนเจ้ามันซ้ำนะ
บทที่ 10
แผนเจ้ามันซ้ำนะ
ช่วงบ่ายของวัน หรงเล่อกำลังรออันลี่ที่นัดหมายนางเอาไว้
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีแผนอะไรถึงได้ชวนนางออกจากจวน ปกติอันลี่จะพาหรงเล่อไปที่คนมาก แต่สวนดอกไม้ช่วงนี้คนน้อยด้วยเป็นฤดูร้อน แต่หรงเล่อคิดว่าวันนี้ไม่ร้อนมากเท่าไร ออกจะเย็นเนื่องจากมีลมพัดตลอดวัน
“คูณหนูอันลี่มาแล้วเจ้าค่ะ นางรอที่หน้าจวน”
หรงเล่อยิ้มเล็กน้อย นางให้คนตามไปสองคนคือหยางมี่และคนสนิทอีกคนเพื่อที่จะดูเรื่องราวว่าวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ อันลี่เป็นคนนิสัยอิจฉาริษยา นางไม่ปล่อยให้หรงเล่อโดดเด่นได้นานแน่ ยิ่งอันลี่กำจัดนางได้เร็วมากแค่ไหน ผลประโยชน์จะตรงไปอยู่ที่อันลี่ทันที
ฝ่าบาทได้เอ่ยแล้วว่าผู้ที่ชนะจะร้องขอได้หนึ่งอย่าง ซึ่งอันลี่ต้องการรางวัลนั้น
นางจะทำทุกทางแม้จะฆ่าหรงเล่อให้ตาย คนอย่างอันลี่ก็
จะทำ
ความอยากได้ อยากมี ความถีบตัวเองของอันลี่แม้จะน่าสงสาร แต่มันแลกมากับคราบน้ำตาของผู้อื่นที่อันลี่ใช้เหยียบขึ้นไป เช่นน้ำตาของหรงเล่อเป็นต้นที่เป็นบันไดในอันลี่ใช้ตลอดมา
แต่ต่อจากนี้มันจะกลับกัน ข้าจะใช้เจ้าเป็นบันไดให้ตัวข้าเองบ้างสหายรัก ข้าอยากจะรู้ว่าเหมือนสถานะเปลี่ยน เจ้าจะได้ลิ้มรสอย่างที่ข้าเคยได้ลอง มันเจ็บปวดทางใจจนทรมานมาก จนเจ้าลืม
ไม่ลง
ด้านหน้าคืออันลี่ที่อยู่ในชุดสีเหลืองสดใสลายดอกเบญจมาศ ช่างดูน่ารักสดใสสมกับเป็นอันลี่จริง ๆ
“หรงเล่อ เจ้าใส่สีแดงเลยหรือ มันดูไมเหมาะเท่าไร”
หรงเล่อก้มลงมองชุดตนเอง นางยิ้มออกมา ชุดนี้ข้าคิดว่ามันทำให้ข้างดงามมากต่างหาก แต่ยิ่งข้างดงามมาก คนที่ร้อนรนคือเจ้า
“ข้าว่ามันสวยออก อีกอย่างเข้ากับข้ามาก ที่เจ้าว่าไม่เหมาะ คงเพราะไม่ค่อยเห็นข้าใส่สีอื่นนอกจากสีขาวต่างหาก เชื่อเถอะอันลี่ อีกไม่นานเจ้าจะชินไปเอง”
ชินที่ต้องมองข้าอยู่สูงกว่าเจ้า
อันลี่ไม่ชอบใจมากนัก นางแต่งตัวด้วยชุดที่สดใสเรียกสายตา แต่สหายของนางกลับแต่งชุดสีแดงที่ขับเน้นความงามรวมทั้งรูปร่าง เช่นนี้นางจะไปสู้อะไรได้ บุรุษที่มองมายังต้องมองข้ามนางไปที่
หรงเล่อ ไร้ความสนใจนางอย่างที่เคยผ่านมา
แต่ก็เอาเถอะ วันนี้เจ้าจะไม่ได้อวดโฉมอีกต่อไป
“ข้าคงไม่ชินอย่างที่เจ้าว่า”
ไม่นานก็มาถึงสวนดอกไม้ หรงเล่อมองดูดอกไม้ที่ผลิบานเต็มต้นด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าคนจะไม่มาก แต่ก็มีอยู่ทั่วไป ความงามของดอกไม้คือสิ่งที่สตรีชื่นชอบ
“หรงเล่อ ข้าลืมของไว้ที่รถม้า เจ้าให้คนของเจ้าทั้งสองไปเอาให้หน่อยได้หรือไม่”
หรงเล่อเลิกคิ้ว นางมองอันลี่ด้วยสายตามึนงง
อันลี่เองที่เห็นว่าหรงเล่อไม่เข้าใจที่นางพูดก็ได้แต่อดทนเอ่ยออกมาอีกครั้ง เพราะปกติ หากนางพูดอะไร หรงเล่อจะทำตามทันที พอครั้งนี้ทำไมมาทำหน้าไม่เข้าใจใส่นางแบบนี้
“ข้าลืมพัดไว้ที่รถม้า เจ้าให้หยางมี่และคนของเจ้าไปหยิบให้ข้าหน่อยสิ”
หรงเล่อมองคนทั้งสองของตัวเอง
“อันลี่ หยางมี่ต้องดูแลข้า ส่วนอีกคนก็ถือของข้าอยู่คงไม่เหมาะสม เจ้าก็พาสาวใช้มาตั้งสองคน ทำไมมาใช้คนของข้าแทนที่จะใช้คนของตนเอง พวกนางควรเป็นฝ่ายไปเอาให้นายตนเองมากกว่า อีกอย่างคนของข้าไม่ใช่คนของเจ้า จะได้รู้ว่าพัดที่เจ้าหมายถึงคือพัดชิ้นไหน เพราะเท่าที่ข้ารู้เจ้าเอาพัดมาเพียงหนึ่ง
แล้วมันก็อยู่ในมือคนของเจ้าตอนนี้”
คำพูดของหรงเล่อเรียกว่าทำให้อันลี่ต้องหันหน้าไปมองที่มือของคนสนิท นางแสดงสีหน้าไม่ชอบใจเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้สหาย
“เป็นข้าที่หลงลืม หากไม่ได้เจ้าเอ่ยเตือนคงแย่”
“ไม่เป็นไร เราเป็นสหายกัน เตือนกันก็ดีแล้ว”
หรงเล่ออยากจะหัวเราะเสียงดังจริง ๆ อันลี่นี้ไม่เปลี่ยนเลย ไม่ฉลาดขึ้นสักนิด
“เช่นนั้นเราไปนั่งด้านนั้นกันเถอะ”
อันลี่ชี้ไปที่หลังก้อนหินที่เป็นจุดลับตาผู้คน เพราะตรงที่ยืนอยู่ถึงจะร่มแต่ว่ามีสายตาคนทั่วไป มีบ้างที่เดินผ่านบ่อยครั้ง ไร้ความเป็นส่วนตัว หรงเล่อเริ่มคิดว่าอันลี่มีแผนอะไรกันแน่ ก่อนนางจะเริ่มยิ้ม เจ้าต้องการแต่ข้าไม่ต้องการ ไยข้าต้องทำตามสิ่งที่เจ้าต้องการด้วย
วันนี้ ข้าจะขัดขาเจ้าทุกทางจนแผนที่เจ้าเตรียมมาไร้ผล
“ตรงนั้นลับสายตาผู้คน อีกอย่างลมไม่พัดผ่าน ข้าว่านั่งตรงนี้ดีแล้ว หยางมี่ปูผ้าเถอะ แล้วเอาขนมออกมาวาง”
หรงเล่อเอ่ยตัดสินใจโดยที่ไม่สนใจอันลี่ที่ยืนอ้างปากค้างพูดอะไรไม่ออก วันนี้ที่คิดไว้ไม่เป็นตามที่ต้องการสักอย่าง หรงเล่อที่เชื่อนางดั่งบุตรฟังมารดาหายไปไหน ทำไมขัดนางไปเสียหมด
“แต่ว่าข้าชอบตรงนั้น”
หรงเล่อมองสีหน้าอันลี่ที่พยายามเก็บโทสะ นิ้วมือของนางยังชี้ไปที่หลังก้อนหินใหญ่เช่นเดิม
“เช่นนั้น เราแยกกันนั่งได้ ข้านั่งตรงนี้ เจ้านั่งตรงนั้น ไม่เป็นไรหรอก ข้ามานั่งเล่นปักผ้าอยู่แล้ว เราสองต่างต้องการสถานที่ที่ชอบและเหมาะสม ข้าไม่ว่าถ้าเจ้าไม่นั่งกับข้า”
หรงเล่อเอ่ยเสียงจริงใจ นางยิ้มให้สหายอย่างโง่งม แสดงออกชัดเจนว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร นางก็ไม่มีทางไปนั่งที่อื่น
ไม่นาน ข้ารับใช้ที่เป็นบ่าวผู้ชายก็เดินเข้ามา มีถึงสามคน พวกเขาเอาของที่ต้องใช้สำหรับปรนนิบัติผู้เป็นนายติดมือมาด้วย ทั้งหมอนรองนั่ง ผ้าที่จะปัก และน้ำร้อนสำหรับชงชา
อันลี่ทำสีหน้าไม่ถูก นี้เป็นครั้งแรกที่นางชวนหรงเล่อออกมาแล้วอีกฝ่ายเอาคนมามากขนาดนี้ นางต้องการหลอกล่อให้
หรงเล่ออยู่คนเดียว แต่ตอนนี้คนกลับเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นบ่าวผู้ชาย แผนที่นางวางเอาไว้จะสำเร็จได้อย่างไรกัน
“เจ้ายืนนิ่งเช่นนี้มีอะไรหรือ เปลี่ยนใจนั่งกับข้าได้นะ เจ้าเอาของมาน้อย ไปนั่งตรงนั้นคงไม่สบายตัวเท่าไร”
หรงเล่อเอ่ยกับอันลี่ด้วยน้ำเสียงเข้าใจ สายตาเวทนาที่
หรงเล่อใช้มองทำให้อันลี่กำมือแน่น นางรู้สึกว่านางไม่มีอะไรเทียบอีกฝ่ายได้เลย ขนาดคนใช้ ข้าวของที่เตรียมมายังไม่พอ
“เช่นนั้นข้านั่งกับเจ้าก็ได้ แต่วันนี้เจ้าไยพาคนมามาก ปกติพามาเพียงหยางมี่คนเดียวก็พอแล้ว”
อันลี่เอ่ยหลังจากที่นั่งลง นางมองกาชาอุ่น มองขนมกว่าห้าชนิดบนโต๊ะเล็ก ๆ มองเบาะรองนั่งขนนิ่มที่หรงเล่อใช้นั่ง ของแต่ละอย่างราคาใช่จะถูก มันแพงมาก แพงจนนางที่เป็นบุตรสาวอนุหาซื้อมาไว้ใช้ไม่ได้
“แต่ก่อนออกมาแต่ละทีลำบากเจ้าจัดเตรียม แต่ว่าทุกครั้งไม่ดีพอเลย มีแต่ของที่ใช้ไม่ได้ วันนี้ข้าจึงอยากจะให้เจ้านั่งสบาย
ชมดอกไม้ได้นาน ๆ จึงได้จัดเตรียมของ อีกอย่างมีบ่าวผู้ชายมาด้วย เรื่องอันตรายก็เบาใจลงได้มาก ถึงคนจะมากแต่ว่าเกิดเรื่องได้เช่นกัน”
“เจ้ารอบคอบดีจริง ๆ”
หรงเล่อมองอันลี่ที่ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนใบหน้ามากโทสะเอาไว้ แต่ว่ามันจะพ้นสายตาของนางได้ยังไงกัน
“จะไม่รอบคอบได้อย่างไร เมื่อตอนที่เราเป็นเพื่อนกันไม่นาน เจ้าชวนข้าออกมาชมดอกไม้ วันนั้นเกิดมีโจรเข้ามาปล้นเราสอง จนข้าถูกทำร้าย ดีที่ได้คุณชายม่อเหยียนเข้ามาช่วย ข้ากลัวว่าวันนี้จะซ้ำรอย จึงได้เตรียมการมาอย่างดี”
อันลี่ตาเบิกกว้างเขยิบกายถอยห่างเล็กน้อยอย่างลืมตัว มองสหายอย่างหรงเล่อด้วยใบหน้าตกใจ
“เจ้ายังจำได้หรือ”
“วันนั้นข้ากลัวแทบตายทำไมข้าจะลืมมันลง เจ้าเองก็ควรจำบ้างนะ เพราะวันนั้นถ้าเปลี่ยนจากข้าเป็นเจ้า เจ้าเองก็คงจำฝังใจอย่างที่ข้าจำเช่นกัน”
อันลี่เอ่ยอะไรไม่ออก ใบหน้นางซีดลงมาก เพราะเหตุการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้นเป็นนางที่จัดฉากขึ้นมาทั้งสิ้น
หรงเล่อยิ้มจิบชาเล็กน้อย
ไม่นาน หรงเล่อก็เห็นเงาร่างของม่อเหยียน นางยิ้มแย้มให้ผ้าเช็ดหน้าในมือที่นั่งปักอยู่ แผนของอันลี่ไม่ได้แปลกจากที่เคยทำ เพราะสิ่งที่อันลี่มักจะทำเสมอคือการสร้างเรื่องที่สุดแสนจะบังเอิญ
หรงเล่อทำเป็นไม่เห็นที่อันลี่สั่งการสาวใช้ นางมองผ่านเพราะอยากจะรู้ว่าอันลี่เปลี่ยนแผนไปเป็นแบบไหนกันแน่ แต่ก็ไม่ต่างจากที่คิดเพราะยังไงแผนของอันลี่ก็มีม่อเหยียนอยู่ด้วย
“หรงเล่อ คุณหนูอันลี่ บังเอิญจริง ข้าไม่นึกว่าเจ้าสองคนอยู่ที่นี่ด้วย”
เสียงของม่อเหยียนดังมาก่อนที่จะเดินเข้ามาถึงทั้งสอง เขาเข้ามานั่งข้างหรงเล่อทันที ซึ่งมันก็ปกติ เพราะแต่ก่อนหรงเล่อไม่เคยต่อว่า เขาอยากจะนั่งข้างนาง นางก็ให้นั่ง อยากทำอะไรก็ให้ทำแต่ว่าไม่เคยเกินเลยถึงขั้นแตะต้องเนื้อตัว
“ช่างบังเอิญจริง ๆ ไม่คิดว่าคุณชายรองม่อเหยียนจะมาด้วยจริงหรือไม่อันลี่”
หรงเล่อมองอันลี่อย่างรู้ทันทำเอาอันลี่ถึงกับหลบสายตา
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าเขาจะมา”
หรงเล่อยิ้มให้ทั้งสองไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก นางอยากรู้ว่าสองคนนี้จะทำอะไร ต้องการให้นางออกมาในสถาพไหน ถึงได้ลากนางออกมานอกจวนขนาดนี้
